[S.Fic] Please Forget but don’t Forgive me [Thor x Loki]

posted on 15 Jan 2013 23:21 by moekitsune

 

 

 

 

Author : OujiKitsu

Title : Please Forget but don’t Forgive me

Pairing : Thor x Loki

Rate : PG-13

 

 

Please Forget but don’t Forgive me.

 

บางทีเขาก็คิด... ว่าทุ่งน้ำแข็งรกร้างนี้ช่างเหมาะกับตัวเขายิ่งสิ่งใด...

 

ดวงตาสีเขียวกวาดมองไปรอบกาย ไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็ช่างเงียบงันและหนาวเหน็บ

หนาว...

เรียวปากเหยียดเป็นรอยยิ้มบางเย้ยหยันตนเอง

น่าสมเพชนัก... ที่แม้ชาติกำเนิดเป็นยักษ์น้ำแข็ง แต่กลับรู้สึกหนาวในโยธันไฮม์... แผ่นดินบ้านเกิด

   หลังจากที่ธอร์พาเขากลับมายังแอสการ์ด... ในฐานะเจ้าชายทรราชย์ผู้น่าชิงชัง ถูกจับขังอยู่ในคุกใต้ดินมิกี่ราตรี โทษของเขาก็ถูกตัดสิน...

สะกดพลังเวทย์... พร้อมเนรเทศไปยังโยธันไฮม์ ดินแดนที่เกือบล่มสลายด้วยน้ำมือของเขาเองเป็นเวลาสามร้อยปี

โทษนี้มิต่างจากการสั่งให้ไปตายเลยสักนิด ยามถูกปิดกั้นพลังเวทย์... สิ่งที่เขาหลงเหลือก็มีเพียงกายอันอ่อนแอ ไม่เป็นทั้งเทพเต็มร่าง ไม่อาจเป็นแม้ยักษ์สมบูรณ์ ร่างกายแบบนี้กับสภาพอากาศอันเลวร้ายและความเวิ้งว้างว่างเปล่า ไหนเลยจะสามารถประครองชีวิตรอดถึงสามร้อยปีได้

โลกินั่งลงบนพื้นน้ำแข็ง ดวงตาคู่สวยปรือปิดลง

นานเพียงใดแล้วนะ... ที่ผ่านพ้นไป มันช่างเลื่อนลอยยิ่งนัก เขาได้แต่เดินไปเรื่อยๆ ตามทางสีขาวที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย นับคืนวันที่ผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ในที่สุดก็เหนื่อยหน่ายที่จะนับต่อ

ที่นี่ไม่มีอะไรเลย... นอกจากทุ่งน้ำแข็งเย็นเฉียบและพายุหิมะ

ก็เหมือนกับตัวเขา... ที่ไม่มีอะไรสักอย่าง นอกจากสหายสนิทนามความอ้างว้างที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดมา...

เสียงลมหวีตหวิวริมโสต คลับคล้ายเสียงเรียกจากมัจุราช

อีกไม่นานหรอก... ที่ความตายจะมาเยือน อีกไม่นาน... ทุกสิ่งก็จะจบลง

และเขาจะได้หายไปจากทุกสิ่งที่ชิงชังเสียที...

 

"ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะมาเยือนที่นี่"เรียวปากขยับ เอื้อนเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยามหูแว่วเสียงฝีเท้าอันหนักแน่น

ไม่ต้องมอง... ก็รู้ว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

"หรือทรงอยากมาดูทรราชย์ชั่วว่าตายไปแล้วหรืออย่างไร ธอร์"

ดวงตาสีเขียวปรือเปิด จ้องมองวรกายสูงใหญ่ของอดีตพี่ชาย... ผู้ที่บัดนี้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งแอสการ์ด

"โลกิ..."

เทพสายฟ้ามองร่างเพรียวที่ผ่ายผอมลงไปมากจนแทบจะเรียกได้ว่าหนังหุ้มกระดูกด้วยแววตาโศกเศร้า รู้ว่าตลอดสิบสามปีที่โดนเนรเทศมา โลกิไม่ได้กินอะไรเลย

แม้จะเป็นเทพ แต่ก็คงทนต่อไปได้อีกไม่นาน...

"ข้ามารับเจ้ากลับแอสการ์ด... กลับบ้านของเรา"

ประโยคนั้นเรียกเสียงหัวเราะขำขันจากเทพมุสา เขาลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับธอร์

"บ้าน? ตลกน่ะธอร์ ที่นี่ต่างหากคือบ้านข้า หากเจ้าจะให้ข้ากลับไปเป็นนักโทษอยู่คุกใต้ดินแอสการ์ด ให้ตายข้าก็ไม่ไป"

ธอร์กำมือแน่น พยายามระงับโทสะที่กำลังจะประทุ

ทำไมเจ้าไม่เข้าใจ...

ใยเจ้าจึงไม่เข้าใจ ว่าข้าไม่อยากให้เจ้าอยู่ห่างจากข้า... 

"อยู่ที่นี่ต่อไป เจ้าจะตาย โลกิ"

"ต่อกลับไปแอสการ์ดข้าก็คิดจะตายอยู่ดี"

"ให้เจ้าตายข้างกายข้ายังดีกว่าปล่อยให้เจ้าตายที่นี่!!"สุรเสียงกึกก้องเยี่ยงอัตสุนีบาต ทำให้ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเห็นดังนั้น ประโยคถัดมาธอร์จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

"ไปกับข้าเถิด... น้องข้า ข้ายกเลิกโทษของเจ้าไม่ได้ก็จริง แต่ข้าจะให้เจ้าถูกคุมตัวอยู่ภายในวัง เจ้ามีอิสระที่จะไปไหนก็ได้ ขอเพียงเจ้าไม่ก้าวออกนอกประตูวังเท่านั้น"

ดวงตาสีฟ้าสบกับนัยน์ตาสีเขียว ที่เป็นฝ่ายเบือนสายตาออกก่อน

"คาดหวังอะไรอยู่หรือ ธอร์..."

ทำไมจนป่านนี้เจ้ายังโง่เง่า...

ทำไมจึงยังคิดจะอภัยให้ข้า...

"หวังว่าข้าจะสำนึกผิด กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้วหวนคืนสู่แอสการ์ดอย่างภาคภูมิงั้นหรือ เลิกฝันกลางวันได้แล้วพี่ข้า"

โลกิหลับตาลง... ก่อนจะปรือตาขึ้นใหม่ สบดวงตาสีฟ้าที่สะท้อนแววเจ็บปวด ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแววตาอันร่าเริงเหมือนทุกครั้ง...

"ข้ากลับไปไม่ได้ ธอร์ มันไกลเกินกว่าจะหันกลับ และข้าต้องไปต่อ ไม่หลงเหลือสิ่งใดในแอสการ์ดที่ข้าต้องอาลัยอีกแล้ว"

เพราะมันไม่มีสิ่งใดเป็นของเขาตั้งแต่ต้น...

"มันไม่จริง โลกิ ท่านพ่อรักเจ้า ท่านแม่รักเจ้า และข้าเองก็รักเจ้า ที่แอสการ์ดมีครอบครัวที่คิดถึงเจ้า คือบ้านเจ้า ไม่ใช่แดนแห่งความตายเช่นที่นี่!"กษัตริย์แห่งปวงเทพตรัส สองมือบีบไหล่บางแน่น ในดวงตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเว้าวอนซึ่งโลกิแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

"ไหนล่ะบ้าน? ไหนล่ะครอบครัว? ข้ามิเคยสัมผัสถึงมันเลยธอร์ ที่ข้ารู้จักมีเพียงภาพลวงอันสวยงามที่โอดินสร้างขึ้นเพื่อกักขังข้าไว้ใช้ประโยชน์เท่านั้น"

"แต่ท่านพ่อรักเจ้าเสมอ..."

"พ่อของเจ้ามันคนโกหก!!"โลกิแผดเสียงร้อง น้ำตาแห่งความรวดร้าวเอ่อคลอดวงตาสวย

โอดินที่หลอกลวงได้กระทั่งเทพมุสา... ด้วยรักและครอบครัวจอมปลอมที่ท่านมอบให้ มันทำร้ายข้า...

มือเรียวเอื้อมไปแตะใบหน้าของพี่ชายต่างสายเลือด กล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงลำคอด้วยความขมขื่น ขณะเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา

"ลืมข้าเสียเถิด... ฝ่าบาท ได้โปรดลืมข้าไปซะ แต่อย่าได้อภัยให้ข้า ยักษ์น้ำแข็งชั่วช้าที่ทรงไม่เคยรู้จัก"

คำพูดของโลกิทำให้ธอร์รู้สึกแปลกๆ และสังหรณ์ของเขาก็ถูกต้อง ยามเมื่อมือที่กำลังสัมผัสใบหน้าเขาเรืองแสงสีเขียวอ่อนจาง

เทพมุสาหลับตาลง

มีสิ่งหนึ่งในโทษของเขาที่ผิดพลาด...

มีสิ่งหนึ่งที่โลกิเป็น และยังคงเป็นจนถึงตอนนี้ จอมเวทย์อันดับหนึ่งแห่งแอสการ์ด

และแน่นอน... เวทย์มนต์กระจอกที่ใช้สะกดพลังเวทย์ มิอาจใช้กับเจ้าแห่งมนตราผู้นี้ได้

"ไม่... โลกิ อย่าทำแบบนี้"เทพสายฟ้าว่า พยายามเบี่ยงศรีษะหลบ หากสายไปแล้ว เมื่อมนต์โบราณเริ่มทำงาน

"ลาก่อน... พี่ข้า"โลกิเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอันโศกเศร้า ก่อนที่ร่างบางจะอันตธานหายไป

"ไม่!!!!!!!!"

ธอร์ตะโกน ร่างสูงพลันทรุดลงกับพื้น ปวดหัวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆจนต้องแผดเสียงลั่น หากอาการนี้เป็นอยู่เพียงชั่วครู่ก็หายไป พร้อมกับภาพอนุชาในความทรงจำ...

 

ดวงตาสีฟ้ากวาดมองไปยังทุ่งหิมะรกร้างรอบกายด้วยความมึนงง

ที่นี่.... โยธันไฮม์?

ครุ่นคิดทบทวนเพียงชั่วครู่ถึงสาเหตุที่ตนมาอยู่ที่นี่ ก่อนที่ดวงตาจะวาวโรจช์ด้วยความเกลียดชัง

ยักษ์น้ำแข็งโฉดชั่วที่บังอาจคิดสังหารบิดาแห่งสรรพสิ่ง บุกทำลายมิดการ์ด ก่อความเสียหายใหญ่หลวงอันมิควรให้อภัย

"ข้าจะฆ่าเจ้า โลกิ!!"

 

น้องชายอันเป็นที่รักได้เลือนหายไปจากความทรงจำแห่งเทพสายฟ้า... เหลือไว้เพียงยักษ์ชั่วช้าที่เขาชิงชังนามโลกิเท่านั้น...

 

-Fin-

 

 

 

 

 

 

นะ...ในที่สุดก็มีฟิคคู่นี้จนได้ ว่าจะอ่านอย่างเดียวไม่แต่งแล้วนะเนี่ย//ปาดเหงื่อ

คลอดออกมาด้วยความเวิ่นเว้อระหว่างเรียนเลข(ตั้งใจเรียนมาก 55)

 Ps.มันเว้นวรรคแปลกๆแหะพอลงบล็อค=v=''

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เฮ้ยยยยยยยยยยย จบเหรอ!?? ไม่น้าาาาาาา
กรีดร้องเสียงหลง น้องกิของเค้าาาา น่าสงสารเป็นที่สูดดด T ^ T

#2 By sentimental-darkness on 2013-01-20 16:50

ม่ายยยยยยยยยยย ไหงเป็นงี้ล่ะ
ดราม่าอ้าาาาาาาาา//ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ
แง้ๆๆๆๆ สงสารน้องกิอ้าาาา

#1 By yuumi on 2013-01-16 13:20