[KHR] Sakura no utai [1869] #3

posted on 08 Oct 2010 16:47 by moekitsune
พอดีหลายๆอย่างช่วงนี้ทำให้เกิดอยากทุบไหดอง ขุดฟิคเก่าเก็บมาแต่งต่อ-...-
 
แต่เนื่องจากดองน๊านนานจึงทำให้แต่งแล้สฝืดไปนิด แต่ก็สนุกดีฮะ^^
 
เอาล่ะ ไม่รับประกันว่าจะดองอีกมั้ยนะ! แล้วแต่อารมณ์(me/โดนโบก//) ช่วงนี้เริ่มเปิดฟิคใหม่เยอะแยะ จะพยายามอัพตามคิว-3- ตามคอมเม้นท์(ไม่ตามเพจวิวนะเออ ผีเยอะเกิ๊น)
 
บ่นมาก อ่านเถอะ!!
 
 
 
 
 
 
 
Title: Sakura no utai
 
 
Pairing: 1869 Hibari*Mukuro
 
 
Rating: NC-17 in general PG in this chapter
 
 
Previous Chapter: Chapter1 l Chapter2
 
 
 
 
 
 
 
 

-3-

    "ตื่น..."

แว่วเสียงนุ่มราบเรียบที่ริมโสต ทำให้ร่างงามขยับเล็กน้อย พร้อมดวงตาสองสีที่ปรือเปิดขึ้น

สิ่งแรกที่เห็นคือร่างสูงของผู้จัดการหนุ่มในชุทสูทสีดำที่รับกับสีผม ต่อมาจึงเบือนไปมองนาฬิกาซึ่งชี้เวลาเจ็ดโมงห้าสิบสามนาที

"วันนี้ไม่มีงานไม่ใช่หรอครับ"เสียงที่ติดจะงัวเงียเอ่ยถาม พร้อมร่างเพรียวที่พลิกตัวไปอีกทาง ดวงหน้าสวยซุกลงกับหมอน ตั้งท่าจะหลับต่อเต็มที่

"แล้วแกไม่คิดจะไปเรียนหรอไง"คนปลุกพูดเสียงเข้มกับนายแบบหนุ่มในปกครอง พร้อมมือขาวที่กระตุกเส้นไหมสีน้ำเงินนั้นเบาๆ

"ก็วันนี้ผมอยากอยู่กับเคียวยะมากกว่า"มุคุโร่พูดพร้อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะย้ายศรีษะไปหนุนตักผู้จัดการของตนแทน

"ถ้าไม่อยากไปเรียนก็รีบๆเรียนให้จบสิ"

ประโยคเรียบๆที่พูดง่ายแต่ทำยาก มือเรียวเอื้อมไปแตะใบหน้าคมคายของคนฉลาดที่อายุเท่าเขาแท้ๆ แต่กลับเรียนจบ

ตั้งแต่ปีที่แล้ว

"เคียวยะนี่...พูดจาแล้งน้ำใจจังนะครับ"   พูดจบ เขาก็โอบคอคนตัวสูงลงมา เสนอจุมพิตที่คนผมสีดำไม่ปฏิเสท ลิ้นร้อนทั้งสองจึงเกี่ยวกระหวัด แลกเปลี่ยนลมหายใจอย่างดุเดือดราวกับศึกที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้

นิ้วเรียวขยุ้มเส้นผมสีนิลนุ่มนวลดุจขนแมวที่จัดทรงเรียบร้อยจนมันเริ่มยุ่ง ไม่สนใจสายตาดุๆที่มองมาอย่างไม่ชอบใจนัก หากแต่ดวงตาสีไม่เข้าคู่กลับทอประกายยั่วเย้า

"เคียวยะ?!"นายแบบหนุ่มร้องออกมาอย่างตกใจน้อยๆ เมื่อร่างของเขาถูกช้อนขึ้นอุ้ม หากแต่เสียงทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคออย่างรวดเร็วเมื่อริมฝีปากร้อนลุกล้ำลงมาอีกครั้งอย่างร้อนแรงจนราวกับเรี่ยวแรงของเขาถูกสูบไปจนหมด

"ไปเรียนได้แล้ว"คนเข้มงวดว่า ก่อนจะวางร่างงามขาวโพลนลงในอ่างจากุชซี่หรู

"เคียวยะใจร้ายเป็นบ้า"เสียงนุ่มพูดอย่างงอนๆ พร้อมเรียวปากสีชาดสดที่ขยับยิ้มขี้เล่น

"ทำให้ผมมีอารมณ์แล้วยังไล่ไปเรียนอีกนะครับ"

ประโยคทีเล่นทีจริงที่ทำให้รอยยิ้มเย็นปรากฏบนมุมปากของคนยิ้มยาก พร้อมดวงหน้าคมที่โน้มลงมาใกล้ ก่อนจะกระซิบเบาที่ริมหูขาว

"เรื่องนั้นไว้คืนนี้ละกัน"

สิ้นเสียง ร่างสูงก็เดินออกจากห้องน้ำไป

"จะพูดแบบนั้นทำไมนะ..."ดวงตาสองสีปรือปิดลง เรียวปากงามแย้มยิ้มที่ปนเประหว่างเย้ายวนและขำขันอยู่ในที

"คุณพูดแบบนั้น.... ผมก็ยิ่งมีอารมณ์น่ะสิครับ"

                        ********

   แฟร์เลดี้สีดำสนิทเคลื่อนมาจอดในที่จอดรถของมหาลัยเอกชนหรูค่าเทอมมหาโหด เรียกให้สายตาของนักศึกษาทั้งหลายให้มองมาเป็นตาเดียว ด้วยต่างรู้ว่าเจ้าของรถคือใคร

ร่างสูงติดจะเพรียวบางใต้เสื้อเชิ้ตขาวซึ่งปลดกระดุมลงมาสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวอยู่ร่ำไร เส้นผมสีน้ำเงินเข้มแสกซิกแซกซอยทรงสับประรด รับกับต่างหูเงินและจี้กางเขนคล้องโซ่ที่กลัดประดับอยู่บนปกเสื้อ ดูอย่างไรก็หาจุดเหมือนนักศึกษาไม่ได้ แต่เหมือนนายแบบหนุ่มมาถ่ายนิตยาสารแฟชั่นซะมากกว่า 

 "ไม่ได้มาเรียนซะนานเลยแหะ..."เสียงนุ่มๆดังขึ้น ในยามที่มือเรียวถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาสีผิดแผกไม่เข้าคู่ที่แลดูเปี่ยมเสน่ห์

"อ้าว มุคุโร่"เสียงหนึ่งดังทักขึ้น เรียกให้นัยน์ตาคู่สวยเบือนไปมอง

"ยามาโมโตะ..."นายแบบหนุ่มเอ่ยชื่อคนทักที่เป็นเพื่อนสนิท พร้อมเรียวปากที่แย้มยิ้มอ่อนจาง

"ไม่เห็นโทรมาบอกก่อนเลยว่าวันนี้จะมาเรียน"เสียงสบายๆของหนุ่มนักกีฬาถามขึ้น ในขณะที่ทั้งสองเดินไปยังตึกวิศวะ

"ผมก็เพิ่งโดนไล่ให้มาเรียนเมื่อเช้านั่นแหละครับ"คำตอบที่เรียกเสียงหัวเราะจากยามาโมโตะ ดวงตาสีอำพันเหลือบมองเสี้ยวหน้าสวยราวอิสตรีของคนข้างกาย ก่อนพูดขึ้น

"แต่นายเนี่ยหัวดีน่าดูเลยนะ ขนาดไม่ค่อยมาเรียนยังเกรทไม่ตกสักนิด"

"เพราะมีคนช่วยติวให้น่ะสิครับ"พูดจบนัยน์ตาสีประหลาดก็ปรือลง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

"ครอบครัวผม.... เป็นยังไงบ้าง"

เขากับยามาโมโตะบ้านอยู่ใกล้กัน เลยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก จนถึงเมื่อหกปีก่อนที่เขาตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คนเดียว

ย้ายออกมาจากบ้านที่มีแต่คนเกลียดชังเขา...

"พวกท่านก็ยังสบายดีล่ะนะ"คนบ้าเบสบอลตอบสั้น เพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้อ่อนไหวมากสำหรับเพื่อนคนนี้ ก่อนจะรีบพูดเปลี่ยนเรื่อง

"จริงสิ คราวก่อนนายบอกว่าย้ายไปอยู่กับคนรู้จักแล้วหรอ"

และดูเหมือนว่ามุคุโร่จะรู้ว่าเขาจงใจเปลี่ยนเรื่อง รอยยิ้มแปลกๆจึงผุดขึ้นที่มุมปาก

"ใช่... ตอนนี้ผมอยู่กับผู้จัดการส่วนตัวน่ะ

เค้าว่ามันสะดวกเวลาทำงาน"

ประโยคของนายแบบคนดัง ทำให้เขาอดแซวเพื่อนสนิทที่นานๆที่ดรอปไปนานไม่ได้

"ฮ่ะๆๆ นายนี่ดังใหญ่แล้วนะ Sakura ouji(เจ้าชายซากุระ)"

"ก็ไม่เท่านายมั้งครับ พ่อคนดาร์คเนียน"  คนถูกแซวหยอดกลับนิ่มๆพร้อมยิ้หวาน

นานๆที... มาเรียนบ้างก็ดีเหมือนกัน...

อย่างน้อย การได้อยู่กับเพื่อน มันก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ กว่าการอยู่ในวงการมายาที่หาความจริงใจได้ยากเหลือเกิน...

                         *******

  ทีกล่าวกันว่า... ยิ่งมีคนรักมาก ก็ย่อมมีคนเกลียดมาก...มันคงเป็นเรื่องจริง

ดวงตาสองสีมองดูลูกสาวคนสวยอย่างแฟร์เลดี้ที่บัดนี้ยางทั้งสี่เส้นถูกปล่อยลมออกจนหมด

"ให้ตายสิน่า..."นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาGucciที่แสดงเวลาสี่โมง

เพราะโดนเรียกไปคุยเรื่องดรอปเรียนตอนนี้จึงเย็นมากแล้ว ไม่มีใครอยู่เลยสักคน...

ยามาโมโตะก็กลับไปแล้วด้วย...

ซ่าาา

สายพิรุณสาดกระหน่ำเทลงมาอย่างโหดร้าย หยาดน้ำเย็นเฉียบที่ทำให้ร่างงามเปียกปอน

"แล้วจะกลับยังไงล่ะเนี่ย..."เอ่ยกับตนเอง กระนั้นเรียวปากงามก็ยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบาง

รอยยิ้มที่ราวกับจะเย้ยหยันตนเอง...

สายฝนยังคงกระหน่ำเท ทำให้แขนเรียวโอบกอดตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่ทำให้อุ่นขึ้นเลยสักนิด

"แกมายืนทำอะไรตรงนี้"แว่วเสียงของคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้มากที่สุดดังขึ้น ทำให้ดวงหน้างามหันขวับ

"คุณเคียว..."หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อจนจบ นัยน์ตาสองสีก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อร่างสูงรวบร่างของเขามากอด ร่มสีดำถูกปล่อยทิ้งลงพื้นอย่างไม่กลัวเปียก

"ทำไมถึงไม่โทรเรียกฉัน"เสียงนุ่มฟังดูดุๆกระซิบถาม ทำให้เรียวปากสีสดขยับยิ้มดวงหน้างามซบลงกับไหล่กว้าง

"ก็ผมไม่อยากรบกวนคุณ..."

คำตอบที่เรียกคำสบถจากฮิบาริ พร้อมอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้น

"อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงนักได้มั้ย"

ประโยคที่ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง

ทำไม...กันนะ...

ทั้งความอบอุ่นจากร่างที่โอบกอดเขาไว้ และเสียงเข้มๆแต่แฝงความอ่อนโยนนั้น มันทำให้น้ำตาใหลออกมาโดยไม่รู้ตัว....

"ขอโทษ... ที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ"

หยาดพิรุณยังคงสาดซัด ทว่าตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด...

มันช่างเหมือนตอนนั้นเสียจริง

เหมือนวันแรกที่เขาได้พบกับฮิบาริ เคียวยะ

                                  ******

1ปีก่อน

ซ่าาาา

สายฝนห่าใหญ่จากผืนฟ้าสาดกระหน่ำลงมาราวกับไม่ปราณีมนุษย์ตัวเล็กๆบนพื้นโลกแม้แต่น้อย

"ให้ตายสิ"เสียงสบถจากโรคุโด มุคุโร่ คุณชายตระกูลดังที่มองดูอีโวคันงามของเขาด้วยสีหน้าปั้นยาก

หลังจากที่เขาโดนอาจารย์เรียกไปบ่นเรื่องต่างๆนาๆตามแบบฉบับคนถูกอาจารย์หมันไส้จนต้องกลับเย็นเป็นรอบที่สามของสัปดาห์ ก็ต้องมาเจอการแกล้งปัญญาอ่อนอย่างปล่อยลมล้ออย่างนี้อีกหรอ

คิดอย่างกลุ้มๆแม้เรียวปากจะยังคงมีรอยยิ้มที่มักประดับอยู่บนดวงหน้างามเป็นนิจ

"ยามาโมโตะก็ดันมีธุระด่วนวันนี้อีก"บ่นเบาๆ ก่อนจะหลับตาลง

จะโทรให้คนของพ่อมารับก็ใช่ที่ เพราะเขาก็ย้ายออกมาอยู่คนเดียวนานแล้ว

ครั้นพอนึกถึงเรื่องครอบครัว รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันหายไป...

ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดมาในตระกูลมั่งคั่งอย่างโรคุโด แต่กลับถูกพ่อแม่รังเกลียด

เพียงเพราะเกิดมามีตาสองสี...

สีแดงก่ำฉานที่เกินมาจากสีน้ำเงินที่ควรมี ตาสีไพลินแห่งโรคุโด

ดังนั้น พออายุได้สิบห้า เขาก็ตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คนเดียว....

ที่เขานึกขอบคุณพ่อแม่ ก็มีแค่การยอมให้เขาใช้นามสกุลนี้ และเงินจำนวนมากที่ถูกส่งมาให้ใช้ทุกเดือนเท่านั้น...

มือเรียวยื่นออกไปรองน้ำฝน ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยาดน้ำที่เกาะพราวบนแพขนตาสวย

สงสัยคงต้องรอฝนหยุดตกก่อนล่ะมั้ง

คิดอย่างปลงๆ ก่อนจะเสยเส้นผมสีน้ำเงินที่ตกลงมาปรกหน้าออก

"มาทำอะไรตรงนี้"แว่วเสียงเย็นราบเรียบ ทำให้เขาหันไปมอง

ภาพของชายหนุ่มผมสีดำในชุดนักศึกษาที่เจ้าตัวจะใส่เป็นวันสุดท้ายยืนมองมาทางเขาด้วยสายตาไร้ความรู้สึก

อัจฉริยะคนดังของมหาลัยที่เรียนจบภายในครึ่งปีอย่างไม่คิดรอชาวบ้าน ฮิบาริ เคียวยะ

"รู้มั้ยว่ามันเกะกะ"เสียงเรียบกล่าว ดวงตาสีนิลสบลงกับดวงตาสองสีแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

"ขอโทษครับ"คนเกะกะพูดอย่างสุภาพ ซึ่งมันดูรกหูรกตาอย่างแรงในสายตาของคนมอง นัยน์ตาคู่คมกลับจ้องมองตาสีประหลาดอย่างสนใจ

"ตาของแก..."

คำถามที่ถูกถามอย่างกระทันหัน ทำให้นิ้วเรียวแตะลงบนเปลือกตาของตน พร้อมยิ้มออกมาจางๆ

"น่าเกลียด... ใช่มั้ยละครับ"

สีที่แสนจะโสมม...

"สวยดี"หากแต่คำพูดตรงๆจากเสียงเรียบๆซึ่งไม่รู้ว่าจะเรียกว่าคมชมได้รึเปล่านั้น ทำให้คนผมสีน้ำเงินแทบจะขอให้พูดซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาดไป

ดวงตาสองคู่สบผ่านม่านของสายฝน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหลบตาไปก่อน

"แกมันรกหูรกตาจริงๆ"

ประโยคที่เรียกรอยยิ้มขำบนเรียวปากงามที่เริ่มซีดด้วยความหนาว

"มันไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย"

ซ่า...

พิรุณยังคงซัดสาด ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มโรยตัว

หากแต่ ความเงียบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงถอนหายใจของคนผมสีดำ

"ฉันจะไปส่ง"

เป็นอีกครั้งที่มุคุโร่นึกว่าตัวเองหูฝาดไป

คนอย่างฮิบาริ เคียวยะ เนี่ยนะ จะออกปากช่วยคนอื่น!?

แต่แล้ว ความสงสัยก็ได้รับคำตอบ เมื่อคนตรงหน้าพูดเสียงเรียบ

"แต่แกต้องมาทำงานกับฉัน"

นั่น... ทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

ก็นึกแล้วว่าคนๆนี้ไม่เคยคิดช่วยใครฟรีๆ

งานหรอ...

มันก็... น่าสนุกไม่เลวเหมือนกันนะ

นัยน์ตาสองสีทอประกายระยับ พร้อมรอยยิ้มที่ผุดพรายบนเรียวปาก

"ก็เป็น... ข้อตกลงที่น่าสนุกไม่เลวนะครับ"

คุณน่ะ...

มักจะปรากฏ ในตอนที่ไม่มีใครสักคนอยู่ข้างผมเสมอเลยนะครับ...เคียวยะ

 

Chapter 3-fin-

 

 

ไปละฮะ

เจอกันเอนทรี่หน้า(จะอัพต่อจากนี้เเหละ พอดีอยากลงฟิคดูร่าด้วย ฮา)

 

Comment

Comment:

Tweet



นี่คือการเจอกันของทั้งคู่สินะ

#2 By sakuni (125.25.96.99) on 2011-02-12 18:35


หนุกค่าเเต่งต่อน้าbig smile
เเล้วจะคอยติดตามค่า

#1 By famtom (110.164.175.203) on 2010-10-19 17:57