[Fic]Longing Part2/2-End [Thor/Loki]

posted on 24 Dec 2013 21:16 by moekitsune

 

 

ไม่ได้เข้าเอ็กทีนนานมาก เพราะไม่ว่างด้วยและเพราะมันเน่าเกินจนไม่อยากเข้าด้วย= =''

ตอนนี้กำลังตบตีกับwordpressอยู่จ้ะ ลองอัพไปเอนทรี่นึงแล้วรู้สึกมึนมาก ขอไปศึกษาวิธีเล่นก่อนนะคะ 555+

minirinlovegackt.wordpress.com วันหลังคงย้ายไปอัพฟิคและเวิ่นที่นั่นแทน 

อัพฟิคค่ะ หลังจากที่ดองไว้นานสามชั่วโคตร กร๊ากกกก

 

 

Author : OujiKitsu

 

Title : Longing [ปรารถนา]

 

Pairing : Thor x Loki , Tony x Loki

 

Rate : PG-15

 

Longing: Part1 

 

 


หมายเหตุ- ฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นตั้งแต่Thor2ยังไม่ฉาย ดังนั้นจะไม่อิงเนื้อหาในธอร์สองนะคะ
ปล.Thor2โลกิมุ้งมิ้งมากกก เกิดมาเพื่อขโมยซีนชาวบ้าน5555 ขุ่นพี่ก็เท่นะเคอะ มุมกล้องก็ชวนจิ้นจริงงง
ปลล.เจอคำผิดก็ช่วยข้ามๆไปน้า มิได้อ่านทวนเลยจ้ะ ไว้มาแก้ทีหลัง





อา... ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย...

         ใบหน้าปั้นยาก มือยกขึ้นขยี้ผมที่ยุ่งอยู่แล้วจนยุ่งกว่าเดิม ยามมองไปทางร่างบางเปลือยเปล่าที่หลับอยู่ข้างกาย

ใช่! เปลือย! โป๊! โล่งโจ้ง! 

จำได้ว่าโลกิรองไห้ ถามคำถามกับเขาแล้วอยู่ๆก็กระชากเขาเข้ามาจูบ... แล้วพวกเขาก็... เออ! นั่นแหละ! ก็โดนยั่วขนาดนั้น ใครจะไปทนได้!

แต่มันเป็นความจริงหรอเนี่ย? กับไอ้เทพที่พังตึกเขาซะวินาศสันตโรอ่ะนะ!

"จาร์วิส เมื่อคืน..."โทนี่ถามกับสมองกล ถึงจะจำได้ก็เถอะ แต่ก็ยังไม่อยากยอมรับอยู่ดี

'ครับ คุณสตาร์ค อยากดูไฟล์วีดีโอย้อนหลังมั้ยครับ'จาร์วิสถามด้วยเสียงไร้โทนสูงต่ำ แต่ก็ฟังออกว่ากำลังประชดประชันเต็มที่

"ไม่ดีกว่า..."เขาพึมพำ ก่อนจะโขกหัวลงกับหมอนแรงๆ

ความจริงมันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ แถมโลกิก็ออกจะสวยตรงสเป็คใช้ได้ แต่ไหงมันเป็นงี้ไปได้ล่ะ!

"ทำสมองหายไปอีกส่วนแล้วหรอ โทนี่ สตาร์ค"โลกิที่เพิ่งตื่นพูดด้วยเสียงกึ่งประชดประชัน ร่างบางบิดขี้เกียจเล็กน้อย กริยานั้นแลดูคล้ายแมว แถมยังเซ็กซี่มากอีกด้วย... ทำเอาคนมองต้องกลืนน้ำลาย ท่องนะโมสงบจิตไปหลายสิบจบ

"อาจทำหายไปเมื่อคืนก็ได้"โทนี่งึมงำ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเทพมุสา

"อ๋อ...เมื่อคืนน่ะหรอ"โลกิว่า มือบางโอบรอบคออีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวฉายประกายระยับอย่างเย้ายวน

"ดูเจ้าก็สนุกดีนี่หน่า อยากต่อมั้ยล่ะ"

"พอเลยคุณชาย พอดีฉันไม่มีรสนิยมนอนกับคนที่เอาแต่ร้องเรียกธอร์หรอกนะ มันเสื่อมสมรรถภาพ"

ชื่อของเทพเจ้าสายฟ้าที่ทำให้ร่างบางชะงักกึก ใบหน้าสวยงอง้ำลง แล้วก็ผละออกห่าง

ใช่... เมื่อคืน แม้จะน่าละอาย แต่เขาจินตนาการว่าคนที่กำลังโอบกอดเขาคือธอร์... อยากให้เป็นธอร์ที่สัมผัสร่างกายนี้

และมันจะเป็นจริงสักวัน... เพราะตอนนี้ธอร์ไม่เห็นว่าเขาเป็นน้องแล้ว

ไม่มีคำว่าพี่น้องอีกต่อไปแล้ว...

โทนี่มองคนข้างกายที่เงียบไป ก่อนจะพูดขึ้น

"ซึนเดเระ" 

คำแปลกๆแถมออกเสียงยากนั่นทำให้โลกิขมวดคิ้ว

"อะไรของเจ้า"

"ก็ที่นายถามเมื่อวานไง อาการแบบนี้มันซึนเดเระชัดๆ"

"ซึน..."เทพมุสาพูดทวน คำพวกนี้ไม่คุ้นลิ้นเลย

"เดเระด้วยนะ"โทนี่เสริม

"ช่างมันเถอะน่า! แล้วมันแปลว่าอะไร"

ถึงจะไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรก็เถอะ แต่เขารู้สึกไม่ค่อยชอบคำนี้เอาซะเลย

"ก็ปากไม่ตรงกับใจไง"

ประโยคที่ทำให้โลกิติดสตั้นไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเถียงเสียงดัง

"ข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย!"

เจ้าของตึกมองดูคนที่เชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีเขียวๆฉายแววไม่ยอมรับเต็มที่

แบบนี้ไงล่ะ! แบบนี้เหละ! มันซึนชัดๆ!

"อ๋อหรอ แล้วไอ้ที่ปากบอกว่าดีใจแต่ร้องไห้นี่มันไม่ซึนเลยเนอะ"

โลกิถึงขั้นอ้ำๆอึ้งๆ แม้จะเป็นเทพมุสาที่พูดโกหกได้ลื่นกว่าปลาไหลก็เถอะ แต่เพิ่งจะโดนพูดแทงใจดำตรงๆครั้งแรก แถมอีกฝ่ายเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาซะด้วย

"ขะ... ข้าแค่กำลังสับสน!"พูดกระชากเสียง ก่อนที่ร่างผอมบางจะเดินจ้ำพรวดๆเข้าห้องน้ำไปเป็นการตัดบทสนทนา

"จาร์วิส"โทนี่เอ่ยเรียกสมองกล

'ครับ คุณสตาร์ก'

"ไฟล์วีดีโอเก็บไว้ไม่ต้องลบนะ"

'........'

และวันนั้นโทนี่ สตาร์ก ก็ค้นพบว่าสมองกลที่ตนสร้างนั้นงอนเป็นเสียด้วย....

********

  อา... ใช่ เขากำลังสับสนนิดหน่อย แค่สับสนเท่านั้นแหละ

โลกิคิด ในขณะที่กำลังปล่อยให้สายน้ำชำระร่างกาย

นิ้วเรียวไล่ผ่านรอยแดงบนลำคอ อาศัยเวทย์มนต์ที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดลบมันทิ้งไป

ธอร์... เจ้ามาหาข้าแล้ว...

คราวนี้เราจะกลับแอสการ์ดด้วยกันนะ แล้วเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป... 

เรียวปากบางขยับขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เริ่มแผนการณ์ต่อไปได้...

*********

  โทนี่พบว่าโลกิหายตัวไปเสียแล้ว... แถมหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียด้วย ขนาดจาร์วิสยังไม่รู้ว่าโลกิออกไปตอนไหน กล้องเองก็บันทึกภาพอะไรไม่ได้เลย

คงจะเป็นวิธีอะไรสักอย่างของพวกเทพล่ะมั้ง

และยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำยังไงต่อ ก็มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากฟิวรี่เรียกประชุมทีมAvengersเข้ามา ซึ่งเหตุผลในการประชุมก็หนีไม่พ้นเรื่องการมาเยือนของธอร์นั่นเอง

"อะไรนะ คุณว่าโลกิลงมาที่โลกงั้นหรอ”สตีฟถามย้ำ หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเทพสายฟ้า

"ใช่ โลกิใช้พลังแห่งยักษ์น้ำแข็งหนีออกมา และยังสังหารเจนอีกด้วย!"ท้ายประโยคนั้นถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แววตาของธอร์ในตอนนี้ดูน่ากลัวเสียจนคนมองขนลุกไปตามๆกัน

"ใจเย็นก่อนธอร์ ที่เราต้องรู้ในตอนนี้คือโลกิมีแผนจะทำอะไรต่อไป"นาตาชาพูด เธอนึกเห็นใจธอร์ การที่สูญเสียคนรักไปในวันวิวาห์คงเจ็บปวดมาก มันทำให้แววตาของเทพสายฟ้ายามเอ่ยถึงน้องชายไร้ซึ่งความปราณีใดๆอีกต่อไป

"แผนร้ายของโลกิจะเป็นอะไรไปได้นอกจากการครองมิดการ์ด"

"ถ้าแบบนั้นแสดงว่าเขาต้องมีกองทัพ"สตีฟพูด นึกไปถึงครั้งก่อนที่โลกิทำพินาศทั้งแมนฮัตตัน คราวนี้ไม่รู้จะร้ายแรงขนาดไหน

"นั่นแหละประเด็น โลกิจะหาทัพมาจากไหน คงไม่ใช่พวกชิทอรี่เหมือนครั้งก่อนแน่"บลูซว่า พลางหันไปทางธอร์

"มีพวกชั่วช้าอยู่มากมายในจักรวาลนี้ที่พร้อมให้โลกิเป่าหูไว้ใช้งาน การครอบงำคนอื่นเป็นสิ่งที่โลกิถนัด"

ประโยคนี้ทำให้คลินท์พยัคหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นที่สุดจากประสบกาณ์ตรงอันเลวร้าย

"แต่ตอนนี้โลกิไม่มีพลังเวทย์ ข้าว่าเขาคงติดต่อกับพวกนั้นไม่ง่ายนัก"ธอร์พูดต่อ

"งั้นแปลว่าโลกิน่าจะยังอยู่ที่โลก"ฟิวรี่สรุป 

“ข้าคิดเช่นนั้น”

“งั้นเราก็ต้องรีบหาตัวโลกิให้เจอก่อนที่มันจะรวบรวมกองทัพได้ มีความเห็นอะไรมั้ย โทนี่ สตาร์ก”คราวนี้หันไปทางเศรษฐีหนุ่มที่วันนี้นั่งเงียบผิดวิสัยสุดๆจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“เออ... คือว่า...”โทนี่มองดูทุกสายตาที่จ้องมาทางตนแล้วกลืนน้ำลาย

ตายโหง แบบนี้คงต้องบอกสินะ... แต่บอกไปต้องโดนรุมแหงๆ...

“ความจริงแล้วโลกิอยู่ที่ตึกเค้ามาสักพักแล้วอะ เพิ่งหายไปเมื่อเช้าเอง แหะๆ”

…..

ชั่วครู่ที่ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยเสียงดังลั่นไปถึงนอกห้องในวินาทีถัดมา

“ว่าไงนะ!!!!!!!?”

***********

  สำหรับโลกิ ฐานะบุตรแห่งโอดิน เจ้าชายคนรองแห่งแอสการ์ด เป็นเพียงภาพลวงที่ถูกสร้างขึ้น

หากกับฐานะจอมเวทย์อันดับหนึ่งนั้น มาจากความสามารถของตัวเขาเอง เป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ 'เป็นของโลกิ' อย่างแท้จริง

ดวงตาสีเขียวมองภาพการประชุมของAvengersด้วยเวทย์มนต์ เรียวปากบางขยับเหยียดเป็นรอยยิ้ม

พันธนาการที่สะกดพลังเวทย์เขาไว้กำลังอ่อนแรงลงเต็มที มาดหมายว่าพระบิดาแห่งสรรพสิ่งคงใกล้โรยราเต็มทีแล้วกระมัง

ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังเวทย์ได้เกือบครึ่งแล้ว และมันก็มากพอที่จะทำตามแผนขั้นต่อไป

โลกิลุกขึ้นยืน ก้าวเดินออกจากปราสาทเก่าโทรม สู่ทุ่งหิมะรกร้าง

ใช่... ที่นี่คือโยธันไฮม์...

'มันน่าทึ่งมากที่ท่านคิดวิธีเดินทางมาที่นี่ได้'เสียงหนึ่งกังวาลขึ้นอย่างไร้ที่มา หากเขารู้ดีว่านี่คือเสียงของจอมสอดรู้อันดับหนึ่ง

"อย่าลืมว่าข้าเป็นใคร ไฮม์ดัล"เทพมุสาในร่างของยักษ์น้ำแข็งเอ่ยพลางเหยียดยิ้ม

'ข้ายังคงจำได้ดีถึงอัจฉริยภาพของท่าน'

ใช่... ทั้งความฉลาดปราดเปรื่อง พลังเวทย์อันแข็งแกร่ง และวาจาที่สามารถเล่นสนุกกับจิตใจผู้คนได้ดั่งมายากล

โลกิอาจไม่ใช่นักรบที่มีกำลังมากเช่นธอร์และสหายของเทพสายฟ้าคนอื่นๆ แต่ใช่ว่าเขาจะอ่อนแอ โลกินั้นแข็งแกร่งเพรียบพร้อมสมตำแหน่งเจ้าชายยิ่งกว่าใครๆ แต่กลับไม่มีผู้ใดเห็น

ไม่มี... นอกจากผู้ที่เฝ้ามองทุกอย่างเช่นไฮม์ดัล  

'ถึงจะรู้ว่าท่านจะไม่เปลี่ยนใจ แต่ข้าขอยืนยันคำเดิม สิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นไม่ฉลาดเลย'

แต่โลกิหาได้สนใจไม่ มือเรียวแตะลงบนพื้นหิมะเย็นเฉียบ หลับตาลง ก่อนเอ่ยตอบ

"บางทีข้าอาจไม่ใช่คนฉลาดก็เป็นได้"

เขาไม่สนหรอก ทั้งวิธีการ ฉลาดหรือไม่ฉลาด ขอแค่ให้ได้ธอร์มาก็พอแล้ว...

แผ่นดินสั่นสะเทือน ก่อนจะปริแยกออก พร้อมร่างของอสูรร้ายนับร้อยที่กระโดดขึ้นมาจากรอยแยกของน้ำแข็ง

พวกนี้ล้วนแต่เป็นยักษ์ที่ตายไปแล้ว สะสมความคั่งแค้นถึงแก่นแห่งวิญญาณ รอคอยวันที่จะกลับมาระบายความแค้นสู่แดนคนเป็น

"ยินดีต้อนรับสู่ชีวิต สหายข้า"โลกิพูด

"ถึงเวลาที่จะมอบความตายแก่พวกมนุษย์แล้ว ฆ่ามัน! แล้วข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้โยธันไฮม์!!"

เสียงคำรามขานรับอย่างกึกก้อง เทพมุสาขยับยิ้ม

อีกนิดเดียว ธอร์...

อีกนิดเดียว เราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปซะที...

**********

สถาณการณ์ที่โลกกำลังเลวร้าย ด้วยอยู่ๆกองทัพอสูรน้ำแข็งตัวยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นกลางเมืองโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ผู้คนกรีดร้องและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ฝันร้ายที่คร่าชีวิตประชาชนกำลังกลับมาเยือนแมนฮัตตันอีกครั้ง ด้วยฝีมือของฆาตกรคนเดิม โลกิ...

“ให้ตายสิ พวกนี้มันตัวบ้าอะไรกัน!”นาตาชา ผู้ที่กำลังเปิดทางให้ชาวเมืองอพยบว่า หลังจากที่เธอจัดการศัตรูจนหัวขาด แต่มันก็ยังลุกขึ้นเก็บหัวตัวเองมาได้อย่างหน้าตาเฉย

“พวกมันเป็นยักษ์น้ำแข็งจากโยธันไฮม์ แต่มันน่าจะตายไปหมดดาวแล้ว ข้าไม่รู้ว่าโลกิไปรวมพวกมันมาจากไหน!”ธอร์ตะโกนตอบ มือกวัดแกว่งค้อนโยเนียร์ แต่สายตากวาดมองไปรอบๆเพื่อหาร่างของใครบางคน

ไม่มี... โลกิไม่ได้อยู่ที่นี่

“พวกมันมีกันร้อยกว่าตัว ตอนนี้กำลังกระจายไปทั่วเมือง แต่การเคลื่อนไหวดูมั่วๆ เหมือนไม่ได้วางแผนไว้”ฮอคอายที่สังเกตการณ์อยู่บนยอดตึกตะโกนบอก คิ้วกดเข้าหากันเป็นปม

 “คนอย่างโลกิไม่มีทางทำอะไรโดยไม่มีแผน ธอร์ คุณไปตามหาเขา ทางนี้พวกเราจัดการเอง”บลูซว่า เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปากแค่นเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างกายจะขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นตัวเองอีกคนที่เขาทั้งเกลียดชังแต่ก็คอยช่วยชีวิตเขาเสมอมา

“ยักษ์เขียวอารมณ์ร้อนกับยักษ์น้ำแข็งใส ค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อย”โทนี่ผิวปาก ก่อนจะบินไปห่างๆไม่ให้โดนลูกหลงจากฮัลค์

“เราต้องแยกกัน พวกนี้ฆ่าไม่ตายก็จริง แต่อย่างน้อยเราต้องถ่วงเวลาจนกว่าคนจะอพยพเสร็จ และจนกว่าธอร์จะหาโลกิเจอ”สตีฟว่า ซึ่งทุกคนต่างก็พยัคหน้ารับและแยกกันไปจัดการกับยักษ์น้ำแข็ง ศตรูใหม่ที่จำนวนน้อยแต่กลับฆ่ายังไงก็ไม่ตาย

คงต้องฝากความหวังว่าธอร์จะหาโลกิเจอโดยเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายหมดแรงสู้...

“เป็นยักษ์น้ำแข็งเหมือนกันแต่ต่างกันจังวุ้ย”ไอเอิร์นแมนบ่นพึมพำพลางหักหลบเปลวไฟของพวกโยธันไฮม์ เขารู้มาว่าโลกิเองก็เป็นยักษ์ แต่หน้าตาไม่เห็นเหมือนเจ้าพวกนี้สักนิด พูดให้ถูกคือดูเจริญหูเจริญตากว่ามาก

‘ตรวจสอบโครงสร้างของเจ้าพวกนี้เสร็จแล้วครับคุณสตาร์ค’เสียงของจาร์วิสดังขึ้น พร้อมภาพโครงสร้างแบบแยกองค์ประกอบที่ฉายขึ้นให้เห็น

“ว่ามา”โทนี่พูด มือปล่อยRepulsor Beam Blaster ซัดใส่ยักษ์น้ำแข็งจนมันปลิวทะลุตึกไป

‘ลักษณะทางกายภาพคล้ายแร่ที่ปล่อยความเย็นออกมา ไม่สามารถระบุชนิดของมันได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ในโลกมนุษย์ครับ อุณหภูมิภายนอกติดลบ196องศาเซลเซียส แต่ภายในอุณหภูมิสูงมาก น่าแปลกที่มันไม่ระเบิด คาดว่าความร้อนภายในเป็นที่มาของไฟที่ปล่อยออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นสิ่งมีชีวิตครับ’

“เป็นซอมบี้ยักษ์น้ำแข็งหรอเนี่ย ไม่น่า ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย”

“อันที่จริง พวกนี้เป็นซากสังขาร แต่ก็ใกล้เคียงกับคำว่าซอมบี้สำหรับมนุษย์”เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น เรียกให้โทนี่หันไปมอง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรก็ถูกยักษ์น้ำแข็งตบปลิวตอนเผลอ

“เจอกันอีกที สภาพดูไม่จืดเลยนะ โทนี่ สตาร์ค”เทพมุสาที่ทำให้วุ่นกันทั้งแมนฮัตตันเหยียดยิ้ม ร่างผอมเพรียวบัดนี้กลับไปอยู่ในชุดสีเขียวเข้มอันคุ้นตาสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างในชุดเกราะที่กำลังงัดตัวเองออกมาจากซากกำแพง

อืม….ชุดหนัง อันที่จริงเขาชอบโลกิในชุดนี้นะ ช่วยเสริมสร้างจินตนาการดีไม่เลว แต่เดี๋ยว? มันใช่เวลามาคิดเรื่องนี้มั้ยเนี่ย!?

“โลกิ ไอ้พวกน้ำแข็งใสนี่มันตัวอะไรกันแน่”โทนี่ถาม 

“ก็เคยเป็นยักษ์น้ำแข็ง... เผ่าพันธ์เดียวกับข้า แต่พวกนี้ต่างออกไปหน่อย เพราะมันคือซากที่ถูกปลุกด้วยพลังเวทย์ ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย เพราะมันตายมาตั้งแต่แรกแล้วไงล่ะ เป็นไง เจ้าชอบรึเปล่า”

“ก็เย็นดีนะ”เศรษฐีหนุ่มตอบกวน แม้ตอนนี้จะไม่ใช่เวลาจะมาเล่นก็เถอะ เขาเว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย โลกิในตอนนี้ดูเหมือนจะได้พลังคืนมาแล้ว เป็นวายร้าย ไม่ใช่โลกิไร้พลังที่มีแค่ปากเสียๆเป็นอาวุธคนที่อยู่กับเขาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

“งั้นไว้ข้าจะให้ไปตั้งในห้องเจ้าสักตัว”สิ้นเสียง เทพมุสาก็โบกมือวูบ บังเกิดพลังสายหนึ่งที่มองไม่เห็น ซัดร่างอีกฝ่ายลอยไปไกล

“เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยข้าไว้ ตอนนี้ข้าจะยังไม่ฆ่าเจ้า”เอ่ยพลางขยับมืออีกครั้ง ร่างในชุดเกราะก็ลอยขึ้น ก่อนจะถูกเหวี่ยงทิ้งไปอีกทาง

โทนี่ที่ล้มกลิ้งชนตึกไปเป็นแถบหยัดกายลุกขึ้นอยากสะบักสะบอม ก่อนทะยานเข้าไปใกล้เทพมุสา กำหมัดซัดเข้ากลางใบหน้าสวยจนร่างเพรียวเกือบเสียหลักล้ม

“ทำไมถึงทำแบบนี้ โลกิ ทั้งๆที่นายก็รู้ว่ามันไม่คุ้ม”ไอเอิร์นแมนเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก สำหรับเขาแล้ว คิดว่าการกระทำครั้งนี้ของอีกฝ่ายดูยังไงๆก็ได้ไม่คุ้มเสีย และไม่ได้เหมาะกับคนฉลาดอย่างโลกิเลย

“ข้าไม่มีทางเลือก”เสียงนุ่มตอบ มือบางเช็ดรอยเลือดตรงมุมปาก 

ใช่... มันอาจจะไม่คุ้ม ทั้งการประกาศสงครามกับโลกมนุษย์และแอสการ์ด เพียงเพื่อจะได้ตัวธอร์มา ดูยังไงๆก็ไม่คุ้มเลย

แต่มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ธอร์จะเป็นของเขา เพื่